พุทธคุณ พาหุง มหากา


จากคำสอนหลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน

หลวงพ่อจรัญ " พระพุทธคุณ อาตมาสังเกตมาว่า บางคนเขาไปหาหมอดูเคราะห์ร้ายก็ต้องสะเดาะเคราะห์
อาตมาก็มาดูเหตุการณ์โชคลางไม่ดีก็เป็นความจริงของหมอดู อาตมาก็ตั้งตำราขึ้นมาด้วยสติ
บอกว่าโยมไปสวดพุทธคุณเท่าอายุให้เกินกว่า ๑ ให้ได้ เพื่อให้สติดี แล้วสวด "พาหุงมหากา" หายเลย
สติก็ดีขึ้นเท่าที่ใช้ได้ผลสวดตั้งแต่ นะโม พุทธัง ธัมมัง สังฆัง พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ พาหุงมหากา
จบแล้วย้อนกลับมาข้างต้น เอาพุทธคุณห้องเดียว ห้องละ ๑ จบ ต่อ ๑ อายุ อายุ ๔๐ สวด ๔๑ ก็ได้ผล "



<<เริ่มสวด>>

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

๑. พุทธคุณ
อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะ สัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู
อนุตตะโร ปุริสะธัมมะสาระถิ สัตถาเทวมนุสสานัง พุทโธภะคะวาติ


๒. ธรรมคุณ
สวากขาโต ภะคะวะตาธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตังเวทิตัพโพ วิญญูหิติ


๓. สังฆคุณ
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ยะทิทังจัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะปุริสะปุคคะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเนยโย อัญชะลีกะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ

๔. พุทธชัยมงคลคาถา (ถวายพรพระ)

๑. พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง
ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

๒. มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง
ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

๓. นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง
เมตตัมพุเสกะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

๔. อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง ธาวันติโย ชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง
อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

๕. กัตตวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ
สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

๖. สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง
ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

๗. นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต
อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

๘. ทุคคาหะ ทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง พรัหมัง วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง
ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ
เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถาโย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที
หิตวานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ โมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปัญโญ

* ถ้าสวดให้คนอื่นใช้คำว่า เต สวดให้ตัวเองใช้คำว่า เม (เต แปลว่าท่าน - เม แปลว่าข้าพเจ้า)

๕. มหาการุณิโก

มหาการุณิโก นาโถ หิตายะ สัพพะปาณินัง ปูเรตวา
ปาระมี สัพพา ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ
โหตุ เต ชะยะมังคะลังฯ
ชะยันโต โพธิยา มูเล สักยานัง
นันทิวัฑฒะโน เอวัง ตะวัง วิชะโย โหหิ ชะยัสสุ ชะยะมังคะเล
อะปะราชิตะปัลลังเก สีเส ปะฐะวิโปกขะเร อะภิเสเก สัพพะ
พุทธานัง อัคคัปปัตโต ปะโมทะติฯ สุนักขัตตัง สุมังคะลัง
สุปะภาตัง สุหุฏฐิตัง สุขะโณ สุมุหุตโต จะ สุยิฏฐัง พรัหมะ
จารีสุ ปะทักขิณัง กายะกัมมัง วาจากัมมัง ปะทักขิณัง ปะทักขิณัง
มโนกัมมัง ปะณิธี เต ปะทักขิณา ปะทักขิณานิ กัตวานะ ละภันตัดเถ ปะทักขิเณฯ
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะพุทธา นุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต*
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะธัมมา นุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต*
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะสังฆา นุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต*
* ถ้าสวดให้คนอื่นใช้คำว่า เต สวดให้ตัวเองใช้คำว่า เม (เต แปลว่าท่าน - เม แปลว่าข้าพเจ้า)

กราบ ๓ ครั้ง เสร็จแล้วสวดเฉพาะพุทธคุณ ดังต่อไปนี้

อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชา จาระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู
อะนุตตะโร ปุริสะทัม มะสาระถิ สัตถาเทวะ มะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ

ให้สวดพุทธคุณเกินอายุ ๑ จบ เช่น อายุ ๒๘ ปี ให้สวด ๒๙ จบ
เมื่อสวดพุทธคุณครบตามจำนวนจบที่ต้องการแล้ว จึงตั้งจิตแผ่เมตตาและอุทิศส่วนกุศลดังนี้


คาถาแผ่เมตตาตนเอง

อะหัง สุขิโต โหมิ ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข
อะหัง นิททุกโข โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากความทุกข์
อะหัง อะเวโร โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากเวร
อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง
สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ
ขอให้ข้าพเจ้าจงมีความสุขกายสุขใจ รักษากายวาจาใจให้พันจากความทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด

แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์
สัพเพสัตตา สัตว์ทั้งหลาย ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
อะเวรา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย
อัพยาปัชฌา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้พยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
อนีฆา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย
สุขีอัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิดฯ


บทกรวดน้ำ (อุทิศส่วนกุศล)
อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ มาตาปิตะโร
- ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่มารดาบิดาของข้าพเจ้า ขอให้มารดาบิดาของข้าพเจ้า จงมีความสุข
อิทัง เม ญาตินัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย
- ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า จงมีความสุข
อิทัง เม คุรูปัชฌายาจริยานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ คุรูปัชฌายาจริยา
- ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แด่ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า ขอให้ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ จงมีความสุข
อิทัง สัพพะ เทวะตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เทวา
- ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลาย ขอให้เทวดาทั้งหลายจงมีความสุข
อิทัง สัพพะเปตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา
- ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่เปรตทั้งหลาย ขอให้เปรตทั้งหลาย จงมีความสุข
อิทัง สัพพะ เวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพเวรี
- ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย จงมีความสุข
อิทัง สัพพะสัตตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพสัตตา
- ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข

<<จบบทสวด>>


คำแปล "พาหุงมหากา" หรือ "พุทธชัยมงคลคาถา" มีอยู่ ๘ บท และมีความมุ่งหมายแตกต่างกันทั้งแปดบท กล่าวคือ

บทที่ ๑ สำหรับเอาชนะศัตรูหมู่มาก เช่น ในการสู้รบ
บทที่ ๒ สำหรับเอาชนะใจคนที่กระด้างกระเดื่องเป็นปฏิปักษ์
บทที่ ๓ สำหรับเอาชนะสัตว์ร้ายหรือคู่ต่อสู้
บทที่ ๔ สำหรับเอาชนะโจร
บทที่ ๕ สำหรับเอาชนะการแกล้ง ใส่ร้ายกล่าวโทษหรือคดีความ
บทที่ ๖ สำหรับเอาชนะการโต้ตอบ
บทที่ ๗ สำหรับเอาชนะเล่ห์เหลี่ยมกุศโลบาย
บทที่ ๘ สำหรับเอาชนะทิฏฐิมานะของคน

เราจะเห็นได้ว่า ของดีวิเศษอยู่ในนี้ และถ้าพูดถึงการที่จะเอาชนะหรือการแสวงหาความมีชัย ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไร
นอกเหนือไปจาก ๘ ประการที่กล่าวข้างต้น
ก่อนที่จะนำเอาตัวคาถาบทสวดมนต์และคำแปลมาไว้ให้จำจะต้องทำความเข้าใจคำอธิบายบทต่างๆ
ไว้พอสมควรก่อน เพราะความในคาถาเองเข้าใจยาก ถึงจะแปลออกมาก็ยังเข้าใจยากอยู่นั่นเอง เมื่อเราไม่เข้าใจ
เราอาจจะไม่เกิดความเลื่อมใส จึงควรจะหาทางทำความเข้าใจกันให้แจ่มแจ้งไว้ก่อน

ในบทที่ ๑. เป็นเรื่องผจญมาร ซึ่งมีเรื่องว่าพระยามารยกพลใหญ่หลวงมา พระพุทธเจ้าก็ทรงสามารถเอาชนะได้
จึงถือเป็นบทสำหรับเอาชนะศัตรูหมู่มาก เช่น ในการสู้รบ
คำแปล- พระยามารผู้นิรมิตแขนได้ตั้งพัน ถืออาวุธครบมือ ขี่ช้างชื่อ ครีเมขละ พร้อมด้วยเสนามารโห่ร้องมา
องค์พระจอมมุนีก็เอาชนะมารได้ ด้วยทานบารมีด้วยเดชะอันนี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา

ในบทที่ ๒. เรื่องเล่าว่า มียักษ์ตนหนึ่ง ชื่ออาฬะวกะ เป็นผู้มีจิตกระด้างและมีกำลังยิ่งกว่าพระยามาร
พยายามมาใช้กำลังทำร้ายพระองค์อยู่จนตลอดรุ่ง ก็ทรงทรมานยักษ์ตนนี้ให้พ่ายแพ้ไปได้
จึงถือเป็นบทที่ใช้เอาชนะปฏิปักษ์หรือคู่ต่อสู้
คำแปล- อาฬะวกะยักษ์ผู้มีจิตกระด้าง ปราศจากความยับยั้ง มีฤทธิ์ใหญ่ยิ่งกว่าพระยามาร
เข้ามาประทุษร้ายอยู่ตลอดรุ่ง องค์พระจอมมุนีก็เอาชนะได้ ด้วยขันติบารมี ด้วยเดชะอันนี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา

ในบทที่ ๓. มีเรื่องว่าเมื่อพระเทวทัตทรยศต่อพระพุทธเจ้า ได้จัดการให้คนปล่อยช้างสาร ที่กำลังตกมันชื่อนาฬาคีรี
เพื่อมาทำร้ายพระพุทธเจ้า แต่เมื่อช้างมาถึงก็ไม่ทำร้าย จึงถือเป็นบทที่เอาชนะสัตว์ร้าย
คำแปล- ช้างตัวประเสริฐ ชื่อนาฬาคีรี เป็นช้างเมามัน โหดร้ายเหมือนไฟไหม้ป่า มีกำลังเหมือนจักราวุธ และสายฟ้า
องค์พระจอมมุนีก็เอาชนะได้ ด้วยพระเมตตาบารมีด้วยเดชะอันนี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา

ในบทที่ ๔. เป็นเรื่องขององคุลีมาล ซึ่งเรารู้กันแพร่หลาย คือ องคุลีมาลนั้นอาจารย์บอกไว้ว่า
ถ้าฆ่าคนและตัดนิ้วมือมาร้อยเป็นสร้อยคอ ให้ได้ครบพัน ก็จะมีฤทธิ์เดชยิ่งใหญ่
องคุลีมาลฆ่าคนและตัดนิ้วมือได้ ๙๙๙ เหลืออีกนิ้วเดียวจะครบพัน ก็มาพบพระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าทรงสามารถเอาชนะถึงกับองคุลีมาลเลิกเป็นโจรและยอมเข้ามาบวช กลายเป็นสาวกองค์สำคัญองค์หนึ่ง
จึงถือเป็นบทที่ใช้เอาชนะโจรผู้ร้าย
คำแปล- โจร ชื่อ องคุลีมาล มีฝีมือเก่งกล้า ถือดาบเงื้อวิ่งไล่พระองค์ไปตลอดทาง ๓ โยชน์
องค์พระจอมมุนีก็เอาชนะได้ ด้วยการกระทำปาฏิหาริย์ ด้วยเดชะอันนี้ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา

ในบทที่ ๕. หญิงคนหนึ่งมีนามว่า จิญจมาณวิกา ใส่ร้ายพระพุทธเจ้า โดยเอาไม้กลมๆ
ใส่เข้าที่ท้องแล้วก็ไปเที่ยวป่าวข่าวให้เล่าลือว่าตั้งครรภ์กับพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าทรงเอาชนะ ให้ความจริงปรากฏแก่คนทั้งหลายว่าเป็นเรื่องกล่าวร้ายใส่โทษพระองค์โดยแท้
จึงถือเป็นบทที่เอาชนะคดีความหรือการกล่าวร้ายใส่โทษ
คำแปล- นางจิญจมาณวิกาใช้ไม้มีสัณฐานกลมใส่ที่ท้อง ทำอาการประหนึ่งว่ามีครรภ์ เพื่อกล่าวร้ายพระพุทธเจ้า
องค์พระจอมมุนีก็เอาชนะได้ ด้วยวิธีสงบ ระงับพระทัยในท่ามกลางหมู่คน ด้วยเดชะอันนี้ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา

ในบทที่ ๖. เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้าทรงเอาชนะสัจจะกะนิครนถ์ ซึ่งเป็นคนเจ้าโวหาร เข้ามาโต้ตอบกับพระพุทธเจ้า
จึงถือเป็นบทที่ใช้เอาชนะในการโต้ตอบ
คำแปล- สัจจะกะนิครนถ์ ผู้มีนิสัยละทิ้งความสัตย์ใฝ่ใจจะยกย่องถ้อยคำของตนให้สูงประหนึ่งว่ายกธงเป็นผู้มืดมัวเมา
องค์พระจอมมุนีก็เอาชนะได้ ด้วยรู้นิสัยแล้วตรัสเทศนาด้วยเดชะอันนี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา

ในบทที่ ๗. เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้า ให้พระโมคคัลลาน์ อัครมหาสาวกไปต่อสู้เอาชนะพระยานาคชื่อ นันโทปนันทะ
ผู้มีเล่ห์เหลี่ยมในการต่อสู้มากหลาย จึงถือเป็นบทที่ใช้เอาชนะเล่ห์เหลี่ยมกุศโลบาย
คำแปล- องค์พระจอมมุนี ได้โปรดให้พระโมคคัลลาน์เถระ นิรมิตกายเป็นนาคราช ไปทรมานพระยานาคชื่อ
นันโทปนันทะ ผู้มีฤทธิ์มากให้พ่ายแพ้ด้วยวิธีอันเป็นอุปเท่ห์แห่งฤทธิ์ ด้วยเดชะอันนี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา

ในบทที่ ๘. เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้าทรงเอาชนะ ผกาพรหม ผู้มีทิฏฐิแรงกล้าสำคัญว่าตนเป็นผู้ที่มีความสำคัญที่สุด แต่พระพุทธเจ้าก็ทรงสามารถทำให้ผกาพรหมยอมละทิ้งทิฏฐิมานะ และยอมว่าพระพุทธเจ้าสูงกว่า
จึงถือเป็นบทที่ใช้เอาชนะทิฏฐิมานะของตน
คำแปล- พรหม ผู้มีนามว่า ท้าวผกา มีฤทธิ์และสำคัญตน ว่าเป็นผู้รุ่งเรืองด้วยคุณอันบริสุทธิ์
มีทิฏฐิที่ถือผิดรัดรึงอยู่อย่างแน่นแฟ้น องค์พระจอมมุนีก็เอาชนะได้ด้วยวิธีเทศนาญาณ ด้วยเดชะอันนี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา


คำแปล มหาการุณิโก

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสรรพสัตว์ทรงประกอบด้วยพระมหากรุณา ทรงบำเพ็ญพระบารมีทั้งปวง เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่สรรพสัตว์ ทรงบรรลุพระสัมโพธิญาณอันสูงสุด ด้วยการกล่าวสัจจวาจานี้ ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ข้าพเจ้า

ขอข้าพเจ้าจงมีชัยชนะในชัยมงคลพิธี ดุจพระจอมมุนีผู้ยังความปีติยินดีให้เพิ่มพูนแก่ชาวศากยะ ทรงมีชัยชนะมาร ณ โคนต้นมหาโพธิ์ทรงถึงความเป็นเลิศยอดเยี่ยม ทรงปีติปราโมทย์อยู่เหนืออชิตบัลลังก์อันไม่รู้พ่าย ณ โปกขรปฐพี อันเป็นที่อภิเษกของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ฉะนั้นเถิด เวลาที่กำหนดไว้ดี งานมงคลดี รุ่งแจ้งดี ความพยายามดี ชั่วขณะหนึ่งดี ชั่วครู่หนึ่งดี การบูชาดี แด่พระสงฆ์ผู้บริสุทธิ์ กายกรรมอันเป็นกุศล วจีกรรมอันเป็นกุศล มโนกรรมอันเป็นกุศล ความปรารถนาดีอันเป็นกุศล ผู้ได้ประพฤติกรรมอันเป็นกุศล ย่อมประสบความสุขโชคดี เทอญ

ขอสรรพมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า ขอเหล่าเทพยดาทั้งปวงจงรักษาข้าพเจ้า ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า ขอความสุขสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อ

ขอสรรพมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า ขอเหล่าเทพยดาทั้งปวงจงรักษาข้าพเจ้า ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ขอความสุขสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อ

ขอสรรพมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า ขอเหล่าเทพยดาทั้งปวงจงรักษาข้าพเจ้า ด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ ขอความสุขสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ที่มาและอานิสงส์ของบทสวดมนต์ ชัยมงคลคาถา หรือพาหุงมหาการุณิโก
ที่มาของบทสวดมนต์ชัยมงคลคาถา อาตมาได้ตำราเก่าแก่ครั้งกรุงศรีอยุธยา เป็นใบลานทองคำจารึกของสมเด็จพระพนรัตน์
วัดป่าแก้ว ปัจจุบันเรียกว่า วัดใหญ่ชัยมงคล อยุธยา ได้รจนาถวายพระพรชัยมงคลคาถาแก่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระพนรัตน์เป็นอาจารย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
อานิสงส์ของบทสวดมนต์ชัยมงคลคาถา หรือพาหุงมหากา สมเด็จพระนเรศวรมหาราชไม่เคยแพ้ทัพ
สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ไม่เคยแพ้ทัพ พระชัยหลังช้างของ ร.๑ นั้นมาจากบทพาหุง มหากา
ผู้ใดสวดมนต์ชัยมงคลคาถา หรือพาหุงมหากา เป็นประจำทุกๆ วันแล้ว มีแต่ชัยชนะทุกประการ
เรียนหนังสือก็เกิดปัญญา มีแต่ความเก่งกล้าสามารถ ผู้ใดสวดทุกเช้า ค่ำ คิดสิ่งใดที่ดีเป็นมงคล
จะสมความปรารถนาทุกประการ


เมื่ออาตมา(หลวงพ่อจรัญ)ได้พบกับสมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว

คืนวันหนึ่งอาตมานอนหลับแล้ว ฝันไปว่า อาตมาได้เดินไปในสถานที่แห่งหนึ่งได้พบกับพระสงฆ์รูปหนึ่งครองจีวรคร่ำ
สมณสารูปเรียบร้อยน่าเลื่อมใส อาตมาเห็นว่าเป็นพระอาวุโสผู้รัตตัญญูจึงน้อมนมัสการท่าน
ท่านหยุดยืนตรงหน้าอาตมาแล้วกล่าวกับอาตมาว่า
"ฉันคือสมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้วแห่งกรุงศรีอยุธยา ฉันต้องการให้เธอได้ไปที่วัดใหญ่ชัยมงคล เพื่อดูจารึกที่ฉันได้จารึกถวายพระเกียรติแก่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชผู้เป็นเจ้า เนื่องในวาระที่สร้างพระเจดีย์ฉลองชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชาแห่งพม่าและประกาศความเป็นอิสระของประเทศไทย
จากหงสาวดีเป็นครั้งแรก เธอไปดูไว้แล้วจดจำมาเผยแพร่ออกไป ถึงเวลาที่เธอจะได้รับรู้แล้ว"
ในฝันอาตมารับปากท่าน ท่านก็บอกตำแหน่งให้แล้วก็ตกใจตื่นนอนใกล้รุ่ง อาตมาก็ทบทวนความฝันก็นึกอยู่ในใจว่าเราเองนั้นกำหนดจิตด้วยพระกรรมฐานมีสติอยู่เสมอเรื่องฝันฟุ้งซ่านก็เป็นไม่ม
ี อาตมาก็ได้ข่าวในวันนั้นแหละว่า ทางกรมศิลปากรทำการบูรณะปฏิสังขรณ์พระเจดีย์ใหญ่ในวัดใหญ่ชัยมงคล
และจะทำการบรรจุบัวยอดพระเจดีย์ อันเป็นนิมิตหมายการสิ้นสุดการบูรณะ และจะรื้อนั่งร้านทั้งหมดออกเสร็จสิ้น
อาตมาจึงได้ขอร้อง ดร.กิ่งแก้ว อัตถากร ให้เลื่อนการปิดยอดบัวไปอีกวันหนึ่งเพื่อที่อาตมาจะได้นำพระซุ้มเสมาชัย
ซุ้มเสมาขอ ที่อาตมาได้สร้างขึ้นตามแบบดั้งเดิมที่พบในเจดีย์ใหญ่ใกล้กับวัดอัมพวัน ซึ่งพังลงน้ำ
ที่ก๋งเหล็งเป็นคนรวบรวมเอาให้อาตมาตั้งแต่เมื่อเริ่มมาพัฒนาวัดใหม่ๆ แต่แตกหักผุพังทั้งนั้น หลายสิบปี๊บ
อาตมาได้ป่นเอามาผสมสร้างเป็นองค์พระใหม่ ไปร่วมบรรจุไว้ที่ยอดพระเจดีย์บ้าง

วันนั้นอาตมาเดินทางไปถึงก็ได้เดินขึ้นไปบนเจดีย์ตอนที่สุดบันไดแล้ว มองเห็นโพรงที่ทางเขาทำไว้สำหรับลงไปด้านล่าง
มีร้านไม้พอไต่ลงไปภายใน ตั้งใจเด็ดเดี่ยวว่าลงไปคราวนี้ ถ้าพลาดตกลงไปจากนั่งร้านม้าก็ยอมตาย
คนที่ร่วมเดินทางมาเขามัวแต่ไปบนลานชั้นบน อาตมาก็ดิ่งลงไปชั้นล่าง มีไฟฉายดวงหนึ่ง เวลานั้นประมาณ ๐๙.๐๐ น.
อาตมาลงไปภายในแล้วก็พบนิมิตดังที่สมเด็จพระพนรัตน์ได้บอกไว้จริงๆ
อาตมาจึงได้พบว่าแท้ที่จริงแล้ว สิ่งที่สมเด็จพระพนรัตน์วัดป่าแก้วท่านได้จารึกถวายพระพร
ก็คือบทสวดที่เรียกว่า "พาหุงมหาการุณิโก" ท้ายของนิมิตนั้นระบุว่า "เราสมเด็จพระพนรัตน์วัดป่าแก้วศรีอโยธเยศ
คือผู้จารึกนิมิตรจนาเอาไว้ถวายพระพรแด่มหาบพิตรเจ้าสมเด็จพระนเรศวรมหาราช"
พาหุงมหากาก็คือบทสวดสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ แล้วก็พรพาหุงอันเริ่มด้วย
"พาหุงสหัสไปจนถึงทุคคาหทิฏฐิ แล้วเรื่อยไปจนถึงมหาการุณิโกนาโถหิตายะ
และจบลงด้วยภาวะตุ สัพพะมังคะลัง สัพพะพุทธา สัพพะธัมมา สัพพะสังฆา นุภาเวนะสะทาโสตถี ภะวันตุเต"
อาตมา เรียกรวมกันว่าพาหุงมหากา
อาตมาจึงเข้าใจในบัดนั้นเองว่า บทพาหุงนี้คือบทสวดมนต์ที่สมเด็จพระพนรัตน์วัดป่าแก้วได้ถวายให้พระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ไว้สวดเป็นประจำเวลาอยู่กับพระมหาราชวังและในระหว่างศึกสงคราม
จึงปรากฏว่าพระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเจ้าทรงรบ ณ ที่ใด ทรงมีชัยชนะอยู่ตลอดมามิได้ทรงเพลี่ยงพล้ำเลยแม้จะเพียงลำพังสองพระองค์กับสมเด็จพระอนุชาธิราชเจ้า
ท่ามกลางกองทัพพม่าจำนวนนับแสนคนก็ทรงมีชัยชนะเหนือกองทัพพม่าด้วยการกระทำยุทธหัตถี
มีชัยเหนือพระมหาอุปราชาที่ดอนเจดีย์ปูชนียสถานแม้ข้าศึกจะยิงปืนไฟเข้าใส่พระองค์ในตอนที่เข้ากัน
พระศพของพระมหาอุปราชาออกไปราวกับห่าฝนก็มิปานแต่ก็มิได้ต้องพระองค์ ด้วยเดชะพาหุงมหากาที่ทรงเจริญอยู่เป็นประจำนั่นเอง

อาตมาพบนิมิตแล้วก็ไต่ขึ้นมา ด้วยความสบายใจถึงปากปล่องที่ลงไปเกือบสามชั่วโมง เนื้อตัวมีแต่หยากไย่ เดินลงมาแม่ชีเห็นเข้ายังร้องว่า หลวงพ่อเข้าไปในโพรงนั่นมาหรือ แต่อาตมาไม่ตอบ
ตั้งแต่นั้นมา อาตมาจึงสอนการสวดพาหุงมหากาให้แก่ญาติโยมเป็นต้นมา เพราะอะไร เพราะพาหุงมหากานั้นเป็นบทสวดมนต์ที่มีค่าที่สุด มีผลดีที่สุด เพราะเป็นชัยชนะอย่างสูงสุดของพระบรมศาสดา
จากพญาวัสวดีมาร จากอาฬาวกะยักษ์ จากช้างนาฬาคิรี จากองคุลีมาล จากนางจิญมาณวิกา จากสัจจะกะนิครนถ์ จากพญานันโทปนันทนาคราช และท่านท้าวผกาพรหม เป็นชัยชนะที่พระพุทธองค์ทรงได้มาด้วยอิทธิปาฏิหาริย์ และด้วยอำนาจแห่งบารมีธรรมโดยแท้ ผู้ใดได้สวดไว้ประจำทุกวันจะมีชัยชนะมีความเจริญรุ่งเรืองตลอดกาลนาน
มีสติระลึกได้ จะตายก็ไปสู่สุคติภูมิ ขอให้ญาติโยมสวดพาหุงมหากากันให้ทั่วหน้า นอกจากจะคุ้มตัวแล้ว
ยังคุ้มครอบครัวได้ สวดมากๆ เข้า สวดกันทั้งประเทศก็ทำให้ประเทศมีแต่ความรุ่งเรือง พวกคนพาลสันดานหยาบก็แพ้ภัยไปอย่างถ้วนหน้า

ไม่ใช่แต่พระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเท่านั้น
ที่พบความมหัศจรรย์ของบทพาหุงมหากา แม้สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชก็ทรงพบเช่นกัน
โดยมีบันทึกโบราณบอกไว้ว่าดังนี้
"เมื่อพระเจ้าตากสินมหาราชตีเมืองจันทบุรีได้แล้วก็ทรงเห็นว่าสงครามกู้ชาติต่อจากนี้ไปจะต้องหนักหนา
และยืดยาวจึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระยอดธงแบบศรีอยุธยาขึ้นแล้วนิมนต์พระเถระทั้งหลายมาสวดบทพาหุง มหากาบรรจุไว้ในองค์พระและพระองค์ก็ทรงเจริญรอยตามพระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ด้วยการเจริญพาหุงมหากาจึงบันดาลให้ทรงกู้ชาติสำเร็จ"
สวดพาหุงมหากากันให้ได้ทุกบ้าน สวดให้ได้มากๆ จะมีแต่ความรุ่งเรือง สวดพาหุงมหากาก่อนแล้วจึงสวดชินบัญชร
เพราะชินบัญชรนั้นเจ้าประคุณสมเด็จท่านได้สวดบูชาพระอรหันต์ของท่าน ต้องสวดพาหุงมหากาก่อนแล้วจึงมาถึงชินบัญชรให้จดจำกันเอาไว้ นั่นแหละมงคลในชีวิต
อันที่จริงถ้าเราทำบุญ เราจะได้ยินพระสวดคาถา "พาหุงมหากา" หรือ "พุทธชัยมงคลคาถา" ให้เราฟังทุกครั้ง
บางทีเราจะเคยได้ยินพระสวดเจนหูเกินไปจนไม่นึกว่ามีความสำคัญ แท้จริงแล้วคาถาดังกล่าวนี้ มีของดีอยู่ในตัวให้เราใช้มากทุกบททุกตอน เป็นเรื่องของพระพุทธเจ้า อ้างอานุภาพของพระพุทธเจ้าเพื่อนำชัยมงคลมาให้แก่เรา ทุกตอนลงท้ายว่า "ตันเตชะสา ภะวะตุเต ชะยะมังคะลานิ"
เวลาพระสวดให้เรา ท่านต้องใช้คำว่า "เต" ซึ่งแปลว่า "แก่ท่าน" แต่ถ้าเราจะเอามาสวดหรือภาวนาของเราเอง
เพื่อให้ชัยชนะเกิดแก่ตัวเราเอง เราก็จะต้องใช้ว่า "เม" ซึ่งแปลว่า "แก่ข้า" คือสวดว่า "ตันเตชะสา ภะวะตุเม
ชะยะมังคะลานิ"


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รายละเอียดของรายวิชา (มคอ.๓) รายวิชา ๔๐๘ ๓๐๒ กฎหมายที่เกี่ยวกับพระสงฆ์ ชื่อสถาบันอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขต/คณะ/ภาควิชา วิทยาเขตขอนแก่น /คณะสังคมศาสตร์/ รัฐศาสตร์ หมวดที่ ๑ ข้อมูลโดยทั่วไป ๑. รหัสและชื่อรายวิชา ๔๐๘ ๓๐๒ กฎหมายที่เกี่ยวกับพระสงฆ์ (Rerated Law For Sangha ) ๒. จำนวนหน่วยกิต ๒ หน่วยกิต (๒-๐-๔) ๓. หลักสูตรและประเภทของรายวิชา นิติศาสตรบัณฑิต หมวดวิชานิติศาสตร์ ๔. อาจารย์ผู้รับผิดหลักสูตร, อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชา และอาจารย์ผู้สอน อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร พระครูปริยัติสารการ, ดร. อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชา ดร. วิศร์ อัครสันตติกุล อาจารย์ผู้สอน ดร. วิศร์ อัครสันตติกุล ป.ธ.๙,นบ.,กศ.ม. นม, Ph.D. ๕. ภาคการศึกษา / ชั้นปีที่เรียน ภาคการศึกษาที่ ๒ /๒๕๖๑ ชั้นปีที่ ๑ ๖. รายวิชาที่ต้องเรียนมาก่อน (Pre-requisite) (ถ้ามี) ไม่มี ๗. รายวิชาที่ต้องเรียนพร้อมกัน (Co-requisites) (ถ้ามี) ไม่มี ๘. ทวนสอบผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ ไม่ได้กำหนดการทวนสอบผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ในรายวิชานี้ ๙. สถานที่เรียน ห้อง ๑๑๐ ชั้น ๑ อาคารเรียน ๑๐๐ ปี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น ๑๐. วันที่จัดทำหรือปรับปรุงรายละเอียดของรายวิชาครั้งล่าสุด ๑ ตุลาคม ๒๕๖๑ หมวดที่ ๒ จุดมุ่งหมายและวัตถุประสงค์ ๑. จุดมุ่งหมายของรายวิชา - มุ่งให้นิสิตมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ที่เป็นทั้งกฎหมายของพระสงฆ์โดยตรงและกฎหมายฝ่ายบ้านเมือง เช่น กฎหมายเกี่ยวกับที่ดินและอาคาร เป็นต้น - มุ่งให้นิสิตสามารถอธิบายกฎหมายที่เกี่ยวกับพระสงฆ์ไทยเพื่อนำไปใช้กับการบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ - มุ่งให้นิสิตสามารถวิเคราะห์พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ที่เกี่ยวข้องไปใช้ในการบริหารได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาการบริหารกิจการคณะสงฆ์ - มุ่งส่งเสริมและเผยแผ่การจัดองค์กร และการพัฒนาบุคลากรในสถาบันสงฆ์ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพที่พึงประสงค์ - มุ่งให้นิสิตสามารถนำหลักคุณธรรมและจริยธรรมประยุกต์หลักการปกครอง การบริหารจัดการ องค์กรคณะสงฆ์ไปปลูกฝังสู่ความเป็นนักปกครองที่ดีได้ ๒. วัตถุประสงค์ในการพัฒนา/ปรับปรุงรายวิชา เพื่อให้นิสิตมีความรู้พื้นฐาน เป็นการเตรียมความพร้อมด้านปัญญาในการนำความรู้ ความเข้าใจ ในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ไปประยุกต์ใช้ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาสังคม เพื่อเป็นพื้นฐานการเรียนในวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ควรมีการเปลี่ยนแปลงตัวอย่างอ้างอิง ให้สอดคล้องกับการบริหารคณะสงฆ์ได้มีความก้าวหน้าและเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย หมวดที่ ๓ ลักษณะและการดำเนินการ ๑. คำอธิบายรายวิชา ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวกับพระสงฆ์ กฎหมายพระสงฆ์ กฎหมายเกี่ยวกับที่ดิน การครอบครองปรปักษ์ การทำนิติกรรมสัญญา การเช่าที่ดินและอาการของวัด การเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย พระสงฆ์กับมรดก การเป็นโจทก์ จำเลย แลพยานในศาล และศึกษากรณีตัวอย่างคดีที่ศาลตัดสินแล้วอันเกี่ยวข้องกับกฎหมายที่พระสงฆ์ควรทราบ ๒. จำนวนชั่วโมงที่ใช้ต่อภาคการศึกษา บรรยาย สอนเสริม การฝึกปฏิบัติ/งานภาคสนาม/การฝึกงาน การศึกษาด้วยตนเอง บรรยาย ๓๐ ชั่วโมงต่อภาคการศึกษา สอนเสริมตามความต้องการของนิสิตเฉพาะราย ไม่มีการฝึกปฏิบัติงานภาคสนาม การศึกษาด้วยตนเอง ๔ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ๓. จำนวนชั่วโมงต่อสัปดาห์ ที่อาจารย์ให้คำปรึกษาและแนะนำทางวิชาการแก่นิสิตเป็นรายบุคคล - อาจารย์ประจำวิชาหรืออาจารย์ผู้สอนให้คำปรึกษาผ่านโปรแกรมโทรศัพท์มือถือ (Line, Messenger, Facebook) - มุมแนะแนว ห้องบริหารงานหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต อาคาร ๑๐๐ ปี ชั้น ๒ - อาจารย์ประจำวิชาหรืออาจารย์ผู้สอน จัดเวลาให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคล หรือรายกลุ่มตามความต้องการ ๒ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ทุกวันพุธ เวลา ๙.๐๐ – ๑๑.๐๐ น. ณ ห้องบริหารงานหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต อาคารเรียน ๑๐๐ ปี ชั้น ๒ (เฉพาะรายที่ต้องการ) หมวดที่ ๔ การพัฒนาการเรียนรู้ของนิสิต ๔.๑ การพัฒนาคุณลักษณะพิเศษของนิสิต คุณลักษณะพิเศษ กลยุทธ์หรือกิจกรรมของนิสิต ด้านบุคลิกภาพ มีการสอดแทรกเรื่องการสำรวมในสมณภาวะ การครองจีวรหรือการแต่งกาย การเข้าสังคมและศาสนพิธี เทคนิคการเจรจา สื่อสาร การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี และการวางตัวในการทำงานในบางรายวิชาที่เกี่ยวข้อง และในกิจกรรมปฐมนิเทศนิสิตใหม่ ด้านภาวะผู้นำ และความรับผิดชอบตลอดจนวินัยในตนเอง - กำหนดให้มีรายวิชาซึ่งนิสิตต้องทำงานเป็นกลุ่มและมีการกำหนดหัวหน้ากลุ่มในการทำรายงานตลอดจน กำหนดให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการนำเสนอรายงานเพื่อเป็นการฝึกให้นิสิตได้สร้างภาวะผู้นำและการเป็นสมาชิกกลุ่มที่ดี - มีกิจกรรมนิสิตที่มอบหมายให้นิสิตหมุนเวียนกันเป็นหัวหน้าในการดำเนินกิจกรรมเพื่อฝึกให้นิสิตมีความรับผิดชอบ - มีกติกาที่จะสร้างวินัยในตนเอง เช่น การเข้าเรียนตรงเวลาเข้าเรียนอย่างสม่ำเสมอ การมีส่วนร่วมในชั้นเรียน เสริมสร้างความกล้าในการแสดงความคิดเห็น ทักษะ IT การนำเสนอรายงานในชั้นเรียน กำหนดให้นิสิตนำเสนอรายงานโดยใช้ Power Point หรือการตัดต่อ VDO สั้นๆ ๕-๗ นาที นำเสนอหน้าชั้นและโพสต์ลงใน You Tube หรือ Facebook เพื่อเพิ่มทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และใช้โปรแกรมสำเร็จรูปสำหรับการวิเคราะห์ประมวลผลทางสถิติ จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ มีการให้ความรู้แก่นิสิตในการนำเอาความรู้ทางด้านกฎหมายไปใช้ในการทำงานที่จะทำให้นิสิตอยู่ร่วมกับคนอื่นและคนในสังคมได้ ๔.๒ การพัฒนาการเรียนรู้ในแต่ละด้าน (จาก มคอ.๒ หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ๑. คุณธรรม จริยธรรม ๒. ความรู้ ๓. ทักษะทางปัญญา ๔. ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ ๕. ทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๑ ๒ ๓ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓                     ๔.๒.๑ คุณธรรม จริยธรรม ผลการเรียนรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม กลยุทธ์การสอนที่ใช้พัฒนาการเรียนรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม ความรับผิดชอบหลัก ๑. เคารพสิทธิศักดิ์ศรีความเป็นคนและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น มีคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต ๒. มีจิตสาธารณะและเสียสละเพื่อส่วนรวม ๓. ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมชาติศาสนา ความรับผิดชอบรอง ๑. เห็นคุณค่าศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ๑) บรรยายพร้อมยกตัวอย่างกรณีศึกษาเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคณะสงฆ์และการบริหารคณะสงฆ์ไทย ๒) อภิปรายกลุ่ม ๓) กำหนดให้นิสิตหาตัวอย่างที่เกี่ยวข้อง ๔) บทบาทสมมติ ๑) การเข้าเรียน และการส่งงานที่ได้รับมอบหมายตามเนื้อหาที่มอบให้และตรงเวลา ๒) มีการอ้างอิงเอกสารที่ได้นำมาทำรายงาน อย่างถูกต้องและเหมาะสม ๓) ประเมินผลการวิเคราะห์กรณีศึกษา ๔) ประเมินผลการนำเสนอรายงานที่มอบหมาย ๔.๒.๒ ความรู้ ผลการเรียนรู้ด้านความรู้ กลยุทธ์การสอนที่ใช้พัฒนาการเรียนรู้ด้านความรู้ กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านความรู้ ความรับผิดชอบหลัก ๑. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการ ทฤษฎี และเนื้อหา ๒. สามารถนำความรู้มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตได้ ความรับผิดชอบรอง ๑. ใช้ความรู้มาอธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีเหตุผล ๒. มีความรอบรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงทั้งของไทยและของโลก ๕. รู้จักแสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ๑) บรรยาย อภิปราย ๒) การทำงานกลุ่มหรือการทำงานและนำเสนอใบงานเดี่ยว ๓) การวิเคราะห์กรณีศึกษา และมอบหมายให้ค้นคว้าข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการปกครองคณะสงฆ์ไทยตามเนื้อหาของแต่ละบทโดยสรุปและนำเสนอเป็นใบงาน ๔) เน้นการศึกษาโดยใช้บททดสอบ ๕) เน้นการศึกษาโดยใช้ปัญหา และโครงงาน (Problem base learning) ๖) เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ (Student Center) ๑) ทดสอบย่อย สอบกลางภาค สอบปลายภาค ด้วยข้อสอบที่เน้นทั้งด้านศักยภาพและสมรรถภาพ ๒) สมุดบันทึก ๓) รายงาน/ใบงาน ๔) การสังเกตพฤติกรรม ๕) ประเมินการนำเสนอสรุปการศึกษาค้นคว้าข้อมูล ๔.๒.๓ ทักษะทางปัญญา ผลการเรียนรู้ด้านทักษะทางปัญญา กลยุทธ์การสอนที่ใช้พัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะทางปัญญา กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านทักษะทางปัญญา ความรับผิดชอบหลัก ๑. สามารถค้นหาข้อมูลทำความเข้าใจและประเมินข้อมูลจากหลักฐาน ๓. สามารถประยุกต์ความรู้และทักษะเพื่อแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม ความรับผิดชอบรอง ๑. สามารถวิเคราะห์และสังเคราะห์อย่างเป็นระบบและมีเหตุผล ๑) การบรรยาย/อภิปรายเชิงวิชาการ ๒) การมอบหมายงานให้นิสิตศึกษาค้นคว้าข้อมูลและนำเสนอผลการศึกษา ๓) การให้นิสิตศึกษาวิเคราะห์เนื้อหาเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ จนเกิดทักษะสามารถนำไปถ่ายทอดได้ ๔) การสะท้อนแนวคิดจากการประพฤติ ๑) ประเมินจากผลงานและการของผู้เรียนที่เกิดจากการใช้กระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นเหตุเป็นผล ศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ วิจารณ์ และนำเสนออย่างเป็นระบบ ๒) ประเมินผลจากการทดสอบย่อย การสอบกลางภาค และการสอบปลายภาค โดยเน้นข้อสอบที่แสดงถึงทักษะทางปัญญาเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ ๔.๒.๔ ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ ผลการเรียนรู้ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ กลยุทธ์การสอนที่ใช้พัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ ความรับผิดชอบหลัก ๑. เป็นสมาชิกที่ดีของกลุ่มทั้งในฐานะผู้นำและผู้ตาม ๒. มีมนุษยสัมพันธ์รู้จักควบคุมอารมณ์และยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล ความรับผิดชอบรอง ๑. สามารถทำงานเป็นทีม ๒. รับผิดชอบต่อตนเองและสังคม ๑) จัดกิจกรรมกลุ่มภายในห้องเรียนหรือห้องสมุด เพื่อการศึกษาค้นคว้าข้อมูล ๒) มอบหมายงานเป็นรายบุคคลหรือกลุ่ม หรืออ่านบทความที่เกี่ยวข้องกับรายวิชา ๓) การนำเสนอหรือส่งใบงาน/รายงานที่ได้ศึกษาค้นคว้า ๑) ประเมินตนเอง และเพื่อน ด้วยแบบฟอร์มที่กำหนด ๒) รายงานที่นำเสนอ พฤติกรรมการทำงานเป็นทีม ๓) รายงานการศึกษาด้วยตนเอง ๔) ประเมินผลจากการทดสอบย่อย การสอบกลางภาค และการสอบปลายภาค ๔.๒.๕ ทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลขการสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ผลการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลขการสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ กลยุทธ์การสอนที่ใช้พัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลขการสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลขการสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ความรับผิดชอบหลัก ๑. ใช้ทักษะวิเคราะห์เชิงตัวเลขได้ ความรับผิดชอบรอง ๒. ใช้ภาษาในการติดต่อสื่อความหมายได้ดีทั้งการฟัง พูด อ่าน และเขียน ๓. มีทักษะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างเหมาะสม ๑) อภิปราย ๒) มอบหมายงานให้นิสิตศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง จาก website สื่อการสอน e-learning ๓) ทำรายงาน โดยเน้นการนำตัวเลข หรือมีสถิติอ้างอิงจากแหล่งที่มาของข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ๔) นำเสนอ/ส่งใบงานหรือรายงานโดยใช้รูปแบบและเทคโนโลยีที่เหมาะสม ๑) การจัดทำรายงาน และนำเสนอด้วยสื่อเทคโนโลยี ๒) การมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอน อาทิเช่น การอภิปรายและวิธีการอภิปราย หมวดที่ ๕ แผนการสอนและการประเมินผล ๑. แผนการสอน สัปดาห์ ที่ หัวข้อ/รายละเอียด จำนวนชั่วโมง กิจกรรมการเรียน การสอน สื่อที่ใช้ (ถ้ามี) ผู้สอน ๑ - แนะนำรายวิชาและแผนการสอน ชี้แจงแนวสังเขปและรายละเอียดประจำวิชา เกณฑ์การศึกษาตามระเบียบของมหาวิทยาลัย, การวัดผลและประเมินผล - เกริ่นนำรายละเอียดเนื้อหาสาระในแต่ละบทเรียนทั้ง ๗ บท เกี่ยวกับรายวิชากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ ๒ - แนะนำ ชี้แจง อธิบายรายวิชา แผนการสอน และเอกสารประกอบการเรียนการสอน - แนะนำวัตถุประสงค์ประจำบท - แนะวิธีการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศ หรือแหล่งค้นคว้าข้อมูลการทำเอกสารสำหรับการนำเสนอ -การบรรยายประกอบสื่อ - การเรียนการสอนแบบ e-Learning - ถาม-ตอบประเด็นที่ศึกษาในห้องเรียน ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล ๒ บทที่ ๑ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ ๑.๑ ความนำ ๑.๒ ความหมายของกฎหมายที่เกี่ยวกับพระสงฆ์ ๑.๓ ส่วนที่เป็นสาระสำคัญของกฎหมายที่เกี่ยวกับพระสงฆ์ ๑.๔ กฎหมายที่พระสงฆ์ควรรู้ ๑.๕ คำถามท้ายบท ๒ - บรรยาย ยกตัวอย่างประกอบ อภิปรายจากกรณีศึกษา - การเรียนการสอนแบบ e-Learning - ถาม-ตอบประเด็นประจำบท - อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น - กิจกรรมประจำสัปดาห์ - มอบหมายงานค้นคว้าและฝึกปฏิบัติทำใบงานส่งตามวัตถุประสงค์ประจำบท ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล ๓ บทที่ ๒ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ (ต่อ) ๑.๔ กฎหมายคณะสงฆ์ไทย ๑.๕ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์โดยตรง คือ พระวินัย พระพุทธเจ้าทรงบัญํติ และ พรบ. คณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม สรุปท้ายบท คำถามท้ายบท ๒ - บรรยาย ยกตัวอย่างประกอบ อภิปรายจากกรณีศึกษา - การเรียนการสอนแบบ e-Learning - ถาม-ตอบประเด็นประจำบท - อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น - กิจกรรมประจำสัปดาห์ - มอบหมายงานค้นคว้าและฝึกปฏิบัติทำใบงานส่งตามวัตถุประสงค์ประจำบท ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล ๔ บทที่ ๓ พรบ.คณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ และฉับับที่แก้ไขเพิ่มเติม(ต่อ) ๒.๑เพื่อให้นิสิตได้เห็นสาระสำคัญและข้อแตกต่างของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ในลักษณะต่าง ๆ ๒.๒ เพื่อศึกษาเรียนรู้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ซึ่งควรต้องนำไปประพฤติปฏิบัติ ๒.๓ สรุปท้ายบท ๒.๔ คำถามท้ายบท ๒ - บรรยาย ยกตัวอย่างประกอบ อภิปรายจากกรณีศึกษา - การเรียนการสอนแบบ e-Learning - ถาม-ตอบประเด็นที่ทำใบงาน - อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น - กิจกรรมประจำสัปดาห์ - มอบหมายงานค้นคว้าและฝึกปฏิบัติทำใบงานส่งตามวัตถุประสงค์ประจำบท ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล ๕ บทที่ ๔ พรบ. คณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕(ต่อ) ๓.๑ กรณีที่พระสงฆ์ต้องหาคดีอาญา ตามมาตรา ๒๙ และมาตรา ๓๐ ๓.๒ แนวทางการแก้ไขปัญหา สรุปท้ายบท คำถามท้ายบท ๒ - บรรยาย ยกตัวอย่างประกอบ อภิปรายจากกรณีศึกษา - การเรียนการสอนแบบ e-Learning - ถาม-ตอบประเด็นประจำบท - อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น - กิจกรรมประจำสัปดาห์ - มอบหมายงานค้นคว้าและฝึกปฏิบัติทำใบงานส่งตามวัตถุประสงค์ประจำบท ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล ๖ บทที่ ๕ กฎมหาเถรสมาคมและกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ ๓.๑ การแต่งตั้งถอดถอนเจ้าอาวาส ๓.๒ การแต่งตั้งถอดถอนพระอุปัชฌาย์ ๓.๓ การแต่งตั้งถอดถอนไวยาวัจกร สรุปท้ายบท คำถามท้ายบท ๒ - บรรยาย ยกตัวอย่างประกอบ อภิปรายจากกรณีศึกษา - การเรียนการสอนแบบ e-Learning -ถาม-ตอบประเด็นประจำบท - อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น -กิจกรรมประจำสัปดาห์ - มอบหมายงานค้นคว้าและฝึกปฏิบัติทำใบงานส่งตามวัตถุประสงค์ประจำบท ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล ๗ บทที่ ๖ กฎหมายเกี่ยวที่ดิน ๔.๑ ความหมายและความสำคัญ ๔.๒ ที่ดินรกร้างว่างเปล่า ๔.๒ ที่ดินหลวง ๔.๓ ที่ดินในทางศาสนา ๔.๔ การเช่าที่ดินและอาคารของวัด สรุปท้ายบท คำถามท้ายบท ๒ - บรรยาย ยกตัวอย่างประกอบ อภิปรายจากกรณีศึกษา - การเรียนการสอนแบบ e-Learning -ถาม-ตอบประเด็นประจำบท - อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น -กิจกรรมประจำสัปดาห์ - มอบหมายงานค้นคว้าและฝึกปฏิบัติทำใบงานส่งตามวัตถุประสงค์ประจำบท ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล ๘ บทที่ ๗ การครอบครองปรปักษ์ ๗.๑ หลักกฎหมายที่สำคัญในการครอบครองปาปักษ์ ๗.๒ บุคคลภายนอกสามารถที่จะครอบครองปรปักษ์ในที่ดินของวัดได้หรือไม่ ๗.๓ วัดสามารถที่จะครอบครองปรปักษ์ในที่ดินของบุคคลอื่นได้หรือไม่ สรุปท้ายบท คำถามท้ายบท ๒ - บรรยาย ยกตัวอย่างประกอบ อภิปรายจากกรณีศึกษา - การเรียนการสอนแบบ e-Learning -ถาม-ตอบประเด็นประจำบท - อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น -กิจกรรมประจำสัปดาห์ - มอบหมายงานค้นคว้าและฝึกปฏิบัติทำใบงานส่งตามวัตถุประสงค์ประจำบท ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล ๙ สอบกลางภาค ๒ สอบแบบอัตนัย ๑๐ บทที่ ๘ การทำนิติกรรมสัญญา ๘.๑ หลักสำคัญในการทำนิติกรรมสัญญา ๘.๒ รูปแบการทำนิติกรรมสัญญา ๘.๓ วัดทำนิติกรรมสัญญากับบุคคลภายนอก สรุปท้ายหัวข้อ คำถามท้ายบท ๒ - บรรยาย ยกตัวอย่างประกอบ อภิปรายจากกรณีศึกษา - การเรียนการสอนแบบ e-Learning -ถาม-ตอบประเด็นประจำบท - อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น -กิจกรรมประจำสัปดาห์ - มอบหมายงานค้นคว้าและฝึกปฏิบัติทำใบงานส่งตามวัตถุประสงค์ประจำบท ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล ๑๑ บทที่ ๙ การเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ๙.๑ ความหมายและสาระสำคัญ ๙.๒ การเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา สรุปท้ายบท คำถามท้ายบท ๒ - บรรยาย ยกตัวอย่างประกอบ อภิปรายจากกรณีศึกษา - การเรียนการสอนแบบ e-Learning -ถาม-ตอบประเด็นประจำบท - อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น -กิจกรรมประจำสัปดาห์ - มอบหมายงานค้นคว้าและฝึกปฏิบัติทำใบงานส่งตามวัตถุประสงค์ประจำบท ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล ๑๒ บทที่ ๑๐ พระสงฆ์กับมรดก ๑๐.๑ ความหมายและสาระสำคัญ ๑๐.๒ ป.พ.พ. ว่าด้วยมรดก ๑๐.๓ กฎหมายเรื่องมรดกที่เกี่ยวข้องกับพระสง์ ๑๐.๔ พระสงฆ์สามารถรับมรดกได้อย่างไรบ้าง สรุปท้ายบท คำถามท้ายบท ๒ - บรรยาย ยกตัวอย่างประกอบ อภิปรายจากกรณีศึกษา - การเรียนการสอนแบบ e-Learning -ถาม-ตอบประเด็นประจำบท - อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น -กิจกรรมประจำสัปดาห์ - มอบหมายงานค้นคว้าและฝึกปฏิบัติทำใบงานส่งตามวัตถุประสงค์ประจำบท ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล ๑๓ บทที่ ๑๑ การเป็นโจทก์ จำเลย และพยานในศาล ๑๑.๑ การเป็นโจทก์ ๑๑.๒ การเป็นจำเลย ๑๑.๓ การเป็นพยานในศาล ๑๒.๔ ข้อยกเว้นในเรื่องการให้ถ้อยคำหรือการที่ไม่ต้องไปศาลก็ได้ สรุปท้ายบท คำถามท้ายบท ๒ - บรรยาย ยกตัวอย่างประกอบ อภิปรายจากกรณีศึกษา - การเรียนการสอนแบบ e-Learning -ถาม-ตอบประเด็นประจำบท - อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น -กิจกรรมประจำสัปดาห์ - มอบหมายงานค้นคว้าและฝึกปฏิบัติทำใบงานส่งตามวัตถุประสงค์ประจำบท ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล ๑๔ บทที่ ๑๒ กรณีตัวอย่างคดีที่ศาลตัดสินแล้วอันเกี่ยวข้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ ๑๒.๑ กรณีที่พระสงฆ์ต้องหาคดีอาญา ๑๒.๒ กรณีการครอบครองปรปักษ์ ๑๒.๓ กรณีการรับมรดก ๑๒.๔ กรณีการเป็นโจทก์ จำเลย และพยานในศาล ๒ - บรรยาย ยกตัวอย่างประกอบ อภิปรายจากกรณีศึกษา - การเรียนการสอนแบบ e-Learning -ถาม-ตอบประเด็นประจำบท - อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น -กิจกรรมประจำสัปดาห์ - มอบหมายงานค้นคว้าและฝึกปฏิบัติทำใบงานส่งตามวัตถุประสงค์ประจำบท ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล ๑๕ บทที่ ๑๓ กรณีตัวอย่างคดีที่ศาลตัดสินแล้วอันเกี่ยวข้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ (ต่อ) ๑๓.๑ กรณีการเช่าที่ดินและอาคารของวัด ๑๓.๒ การทำนิติกรรมและสัญญา สรุปท้ายบท คำถามท้ายบท ๒ - บรรยาย ยกตัวอย่างประกอบ อภิปรายจากกรณีศึกษา - การเรียนการสอนแบบ e-Learning -ถาม-ตอบประเด็นประจำบท - อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น -กิจกรรมประจำสัปดาห์ - มอบหมายงานค้นคว้าและฝึกปฏิบัติทำใบงานส่งตามวัตถุประสงค์ประจำบท ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล ๑๖ ประมวล/สรุปองค์ความรู้ประจำรายวิชา ๒ - บรรยาย ยกตัวอย่างประกอบ อภิปรายจากกรณีศึกษา - การเรียนการสอนแบบ e-Learning -ถาม-ตอบประเด็นประจำบท - อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น -กิจกรรมประจำสัปดาห์ - มอบหมายงานค้นคว้าและฝึกปฏิบัติทำใบงานส่งตามวัตถุประสงค์ประจำบท ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล ๑๗ สอบปลายภาค ๒ ๒. แผนการประเมินผลการเรียนรู้ ที่ มาตรฐานการเรียนรู้ วิธีการประเมินผล สัปดาห์ที่ประเมิน สัดส่วนของการประเมินผล ๑ ด้านคุณธรรมจริยธรรม ข้อ ๑.๑, ๑.๒, ๑.๕ - สังเกตพฤติกรรมผู้เรียน - ประเมินผลงานจากการทำใบงานเดี่ยวหรือรายงานกลุ่ม/เข้าชั้นเรียน ตลอดภาคการศึกษา ๑๐ % ๒ ด้านความรู้ ข้อ ๒.๑, ๒.๓ - การตอบคำถามในชั้นเรียน - การสอบกลางภาค/กิจกรรม ๑-๘, ๑๐-๑๖ ๙ ๑๐ % ๓ ด้านทักษะทางปัญญา ข้อ ๓.๑, ๓.๓ การสอบปรนัย ปลายภาค ๑๗ ๖๐ % ๔ ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ ข้อ ๔.๒, ๔.๓ - การสังเกตพฤติกรรมจากการทำงานกลุ่มร่วมกับเพื่อน/การมีส่วนร่วม - การนำเสนอรายงาน/อภิปราย เสนอความคิดเห็น - การทำงานกลุ่มหรือใบงานเดี่ยว (อัตนัย/ปรนัย) - การส่งงานตามที่มอบหมาย ตลอดภาคการศึกษา ๑๐ % ๕ ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลขการสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ข้อ ๕.๑ - การนำเสนองานหน้าชั้นเรียนหรือใช้สื่อเทคโนโลยีนำเสนองานผ่านสื่อ VDO ตลอดภาคการศึกษา ๑๐ % หมวดที่ ๖ ทรัพยากรประกอบการเรียนการสอน ๑. เอกสารและตำราหลัก การคณะสงฆ์ พระนิพนธ์สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ มหามกุฏราชวิทยาลัย จัดพิมฺพ์ พระเมธีธรรมาภรณ์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต). การปกครองคณะสงฆ์ไทย. กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๗. คำบรรยายพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ โดยนายโชติ ทองประยูร, พ.ศ. คำบรรยายกฎหมายคณะสงฆ์ โดย อาจารย์ ปลื้ม โชติษฐยางกูร ,มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิยาลัย จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๕๙ ๒. เอกสารและข้อมูลสำคัญ ไม่มี ๖.๓ เอกสารและข้อมูลแนะนำ กรมการศาสนากระทรวงศึกษาธิการ. คู่มือพระสังฆาธิการว่าด้วยพระราชบัญญัติ กฎ ระเบียบ และคำสั่งของคณะสงฆ์. กรุงเทพฯ: การศาสนา. ๒๕๔๒. พีรพล กนกวลัย. คู่มือพระสังฆาธิการ. กรุงเทพฯ :สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, ๒๕๔๘. สัมพันธ์ เสริมชีพ. “คู่มือพระสงฆ์ไทย” เจ้าอาวาสเป็นเจ้าพนักงานหรือไม่. กรุงเทพฯ: ๒๕๔๓. หมวดที่ ๗ การประเมินและปรับปรุงการดำเนินการของรายวิชา ๑. กลยุทธ์การประเมินประสิทธิผลของรายวิชาโดยนิสิต การประเมินประสิทธิผลในรายวิชานี้ ได้รับการประเมินผลจากนิสิต โดยมีผลการประเมินความสอดคล้องตามมาตรฐานผลการเรียนรู้ แยกเป็นรายด้านได้ดังนี้ ๑.๑ ด้านเนื้อหาวิชา ๑) มีการแจ้งให้นิสิตทราบเกี่ยวกับคำอธิบายรายวิชา ขอบข่ายเนื้อหารายวิชา แผนการสอน ๒) การจัดลำดับเนื้อหาเป็นไปอย่างมีระบบและขั้นตอนชัดเจน ๓) ได้รับความรู้ในรายวิชานี้ครบถ้วนตามแผนการสอน ๔) สอนเนื้อหารายวิชาให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวันและสถานการณ์ปัจจุบัน ๕) นำเสนอประเด็นใหม่ๆ ที่ทันสมัยในกรอบเนื้อหารายวิชา ๑.๒ ด้านการจัดการเรียนการสอน ๑) มีการใช้สื่อการเรียนการสอนที่ส่งเสริมการเรียนรู้ที่เหมาะสมและหลากหลายทำให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหามากยิ่งขึ้น ๒) ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล ๓) ให้ข้อมูลและชี้แนะแหล่งค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม ๔) จัดเนื้อหาและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน ๕) มีการสอดแทรกเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมที่มีสารประโยชน์ในกิจกรรมการเรียนการสอน ๖) เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เสนอความคิดเห็นในการเรียนการสอน ๗) มีการวัดผลและประเมินผลหลายรูปแบบ ๑.๓ ด้านคุณธรรมจริยธรรมของอาจารย์ ๑) มีความเมตตา กรุณา ปราศจากอคติต่อผู้เรียน ๒) มีความอดทนต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของผู้เรียนในขณะทำการเรียนการสอน ๓) ปฏิบัติตนให้เป็นที่เคารพนับถือทั้งในและนอกเวลาปฏิบัติงานสอน ๔) มีเวลาให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียน ตรงต่อเวลาและอุทิศตนให้กับการสอนเต็มที่ ๒. กลยุทธ์การประเมินการสอน ในการเก็บข้อมูลเพื่อประเมินการสอน ได้มีกลยุทธ์ ดังนี้ - การสังเกตการณ์สอนของผู้ร่วมทีมการสอน - ผลการสอบ - การทวนสอบผลประเมินการเรียนรู้ - แบบประเมินผู้สอน และแบบประเมินรายวิชา - ขอเสนอแนะผ่านเวบบอร์ด ที่อาจารย์ผู้สอนได้จัดทำเป็นช่องทางการสื่อสารกับนิสิต ๓. การปรับปรุงการสอน หลังจากผลการประเมินการสอนในข้อ ๒ จึงมีการปรับปรุงการสอน โดยการจัดกิจกรรมในการระดมสมอง และหาข้อมูลเพิ่มเติมในการปรับปรุงการสอน ดังนี้ - สัมมนาการจัดการเรียนการสอน - การวิจัยในและนอกชั้นเรียน ๔. การทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิ์ของนิสิตในรายวิชา ในระหว่างกระบวนการสอนรายวิชา มีการทวนสอบผลสัมฤทธิ์ในรายหัวข้อ ตามที่คาดหวังจากการเรียนรู้ในวิชา ได้จาก การสอบถามนิสิต หรือการสุ่มตรวจผลงานของนิสิต รวมถึงพิจารณาจากผลการทดสอบย่อย และหลังการออกผลการเรียนรายวิชา มีการทวนสอบผลสัมฤทธิ์โดยรวมในวิชาได้ดังนี้ - การทวนสอบการให้คะแนนจากการสุ่มตรวจผลงานของนิสิตโดยอาจารย์อื่น หรือผู้ทรงคุณวุฒิที่ไม่ใช่อาจารย์ประจำหลักสูตร - มีการตั้งคณะกรรมการในสาขาวิชา ตรวจสอบผลการประเมินการเรียนรู้ของนิสิต โดยตรวจสอบข้อสอบ รายงาน วิธีการให้คะแนนสอบ และการให้คะแนนพฤติกรรม ๕. การดำเนินการทบทวนและการวางแผนปรับปรุงประสิทธิผลของรายวิชา จากผลการประเมิน และทวนสอบผลสัมฤทธิ์ประสิทธิผลรายวิชา ได้มีการวางแผนการปรับปรุงการสอน และรายละเอียดวิชา เพื่อให้เกิดคุณภาพมากขึ้น ดังนี้ - ปรับปรุงรายวิชาทุก ๓ ปี หรือตามข้อเสนอแนะและผลการทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิ์ตามข้อ ๔ - เปลี่ยนหรือสลับอาจารย์ผู้สอน เพื่อให้นิสิตมีมุมมองในเรื่องการประยุกต์ความรู้นี้กับปัญหาที่มาจากงานวิจัยของอาจารย์หรือแนวคิดใหม่ๆ ชื่ออาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชา/อาจารย์ผู้บรรยาย ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล ลงชื่อ _______________________________ วันที่รายงาน _____________________ ชื่ออาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร พระครูปริยัติสารการ, ดร. ลงชื่อ _______________________________ วันที่รับรายงาน _____________________